ชี้จรรยาบรรณแพทย์รู้ตั้งแต่เป็น”นศพ.” จวกอย่าเห็นแก่เงิน

“หมอป่วน” ย้ำ คนเป็นแพทย์รู้เรื่องจรรยาบรรณตั้งแต่เป็น “นศพ.” แล้ว รู้ต้องยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ 1 ไม่ชวนเชื่อ เห็นแก่เงิน เมื่อวันที่ 3 พ.ค. รศ.นพ. ป่วน สุทธิพินิจธรรม นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยคนใหม่ กล่าวว่า สำหรับเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บางครั้งเมื่อได้รับการรับรอง ครั้งที่ 1 แต่เมื่อมีการติดตามผลไปเรื่อยๆ นาน ๆ คุณภาพของเครื่องสำอางนั้นๆ จะตกลงไป

เมื่อไม่มีการติดตามในระยะยาว ผลเสียก็จะเกิดกับผู้บริโภค จึงขอฝากเตือนว่าให้ธรรมชาติรักษาตัวเองดีที่สุด ใช้เครื่องสำอางหรือเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไข หรือป้องกันในบางครั้ง อย่างไรก็ตามจะเห็นว่ามียาบำรุงหรือวิตตามินต่างๆ ออกมาจำนวนมาก แต่โดยความจริงแล้วมันเกินจำเป็น รศ.นพ.ป่วน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องจรรยาบรรณแพทย์นั้นมีการปลูกฝังมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์แล้วว่าให้นึกถึงประโยชน์ต่อผู้ป่วยเป็นใหญ่ พอจบออกมาก็พยายามปลูกฝัง โดยทั่วไป สมาคมแพทย์ผิวหนัง โรงเรียนแพทย์ต่างๆ ก็พยายามปลูกฝังให้ทุกคนป็นคนดี คิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่อย่ามองทรัพย์สินเงินตราเป็นตัวสำคัญ แล้วในระยะยาว ผลที่ทำดีมากน้อยแค่ไหนและให้ความรู้แก่ประชาชน ให้ประชาชนเป็นคนเลือก ต้องบอกข้อดี ข้อเสีย ในระยะสั้น ในระยะยาว ยกตัวอย่างให้ดู ให้ประชาชนเป็นคนเลือก ต้องบอกราคาและคิดราคาที่เหมาะสม อย่าคิดแต่จะเอาสตางค์อย่างเดียว ไม่ใช่ชวนให้มารักษา หรือทำคอร์สเก็บเงินล่วงหน้า ซึ่งมันไม่ใช่คอร์สของแพทย์ นี่ก็เป็นข้อคิดที่อยากฝากประชาชน เพราะความรู้ปัจจุบันนั้นมันเท่าทันไปเกือบหมด เพียงแต่ผู้เป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ รศ.นพ.ป่วนกล่าวถึงสถานการณ์การใช้เครื่องสำอางในประเทศไทย ว่า ธรรมชาติของผิวหนังจะมีการรักษาตัวเองอยู่เสมอ และมีกระบวณการที่ซับซ้อน จึงต้องให้เวลา บางครั้งการใช้เครื่องสำอาง หรือยาเสริมสวยต่างๆ อาจจะดีได้ในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อติดตามในระยะยาวก็อาจจะเกิดผลเสีย ทั้งนี้ โดยทั่วไปเครื่องสำอางมี 2 ประเภทคือ 1.ชนิดที่เติมแต่งสีสันให้กับผิวหนัง ตรงนี้ไม่มีปัญหาใช้ได้ แต่ระวังเรื่องการแพ้ 2. ชนิดบำรุงผิว ซึ่งบำรุงได้บางส่วน เพราะผิวหนังจะนำเลือดมาเลี้ยงจำนวนมหาศาล การกินอาหารถูกส่วนเหมาะสม ออกกำลังกายดี มีจิตใจงดงาม มีความสุข ระยะยาวผิวก็จะดีกว่าการใช้เครื่องสำอาง หรือเลเซอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นเซลล์ผิวหนังในระยะสั้น ซึ่งถ้ากระตุ้นมากๆ ระยะยาวผิวก็อาจเสื่อมและเกิดผิวภูมิแพ้ได้ พบบ่อยในคนที่ผ่านการยิงเลเซอร์หรือฉายแสง ฉายรังสี ฉีดฟิลเลอร์ทุกเดือน แก้ไขได้ยากมาก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews